วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

ธงและตราของจังหวัดชลบุรี


ตราประจำจังหวัดชลบุรี
ตราจังหวัดชลบุรีเป็นรูปภูเขาอยู่ริมทะเล  แสดงถึงสัญลักษณ์สำคัญ 2 ประการของจังหวัด  คือ “ทะเล”  หมายถึงความเป็นเมืองชายทะเลที่อุดมสมบูรณ์  และ “รูปภูเขาอยู่ริมทะเล” หมายถึงเขาสามมุข  อันเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่สามมุขอันศักดิ์สิทธิ์   เป็นที่เคารพของชาวชลบุรี  ตลอดจนประชาชนทั่วไป  ซึ่งต่างมีความเชื่อตรงกันว่า ศาลเจ้าแม่สามมุขสามารถดลบันดาลให้ความคุ้มครองผู้ที่มาเคารพกราบไหว้ให้พ้นจากภยันตรายต่างๆได้  โดยเฉพาะการออกไปประกอบอาชีพจับปลาในท้องทะเล เขาสามมุขจึงกลายเป็นปูชนียสถานและสัญลักษณ์สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของชาวชลบุรีมาโดยตลอด
คำขวัญประจำจังหวัด 
“ทะเลงาม  ข้าวหลามอร่อย   อ้อยหวาน  จักสานดี  ประเพณีวิ่งควาย”

ดอกไม้และต้นไม้ประจำจังหวัด 
ดอกไม้และต้นไม้ประจำจังหวัดชลบุรี  คือ  ประดู่ป่า  ชื่อวิทยาศาสตร์  Pterocarpus  macrocarpus  Kurz  พรรณไม้ชนิดนี้จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว  (Papilionoideae)  เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่  สูง 15-25 เมตร  เปลือกต้นสีน้ำตาลดำแตกเป็นสะเก็ด  แผ่นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ  มีดอกระหว่างเดือนมีนาคม-เดือนเมษายน  โดยลักษณะดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบ  กลีบดอกสีเหลืองอ่อน  และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ  สำหรับการนำไปใช้ประโยชน์  เช่น  เนื้อไม้ใช้ปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน  แก่นให้สีแดงคล้ำใช้ย้อมผ้า  เปลือกให้น้ำฝาดชนิดหนึ่งใช้ย้อมผ้าได้ดี  ใบผสมกับน้ำใช้สระผม  และประโยชน์ในทางสมุนไพร  คือ  แก่นมีรสขมฝาดร้อน  ใช้บำรุงโลหิต  แก้กระษัย  แก้คุดทะราด  แก้ผื่นคัน  และขับปัสสาวะพิการ
เพลงประจำจังหวัด
เพลงมาร์ชชลบุรี

* เที่ยวชลบุรีสะดวกดีทางใกล้   คลื่นลมหาดทราย   แสนรื่นรมย์   สัตหีบ  ศรีราชา  
พัทยา   อ่าวอุดม   ผาแดง   พนัสนิคม   บางแสนเอย ... * 
    
  ของดีเมืองชลทั่วทุกคนรู้ค่า  น้ำมัน  น้ำปลา  น้ำอ้อยดี 
   อีกก๊าซธรรมชาติ  โชติชัชจากนที  ชื่อเสียงชลบุรีนี่เหนือใคร 
   ทะเลสวยดี  อ่าวเวิ้งมีหลายอ่าว  แวะเยือนทุกคราวแสนเพลิดเพลิน 
   เล่นน้ำกันสนุก  สิ้นทุกข์  สุขเหลือเกิน  ทรายขาว  ชายเนิน  โขดเขินไกล 

(ซ้ำ *..............................*)
สาวงามเมืองชล  แต่ละคนวิไล  ละมุนละไม  สวยต้องตา  อ่อนหวานปานน้ำอ้อย
   เรียบร้อยจริยา  งามพร้อมเพลินตาและน้ำใจ
   แม้กายแรงใจ  ฝากหัวใจไว้นี่  ชาวชลบุรีคงเมตตา
   ถิ่นนี้มีเสน่ห์  ห่างเหต้องหวนมา  ซาบซึ้งอุรากว่าทุกเมือง

(ซ้ำ *..............................*)

ประวัติศาสตร์จังหวัดชลบุรี

ประวัติศาสตร์
จังหวัดชลบุรีเคยเป็นชุมชนโบราณที่เคยมีมนุษย์ยุคหินใหม่อาศัยอยู่มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เพราะว่าเคยมีการขุดค้นด้านโบราณคดีแล้วพบร่องรอยของชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำพานทองซึ่งอยู่ในบริเวณวัดโคกพนมดี ตำบลท่าข้าม อำเภอพนัสนิคม พบร่องรอยของชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์โคกพนมดี ทำให้สันนิษฐานได้ว่าในอดีตพื้นที่บริเวณจังหวัดชลบุรีเคยเป็นที่ตั้งเมืองโบราณที่มีความรุ่งเรืองถึง 3 เมือง ได้แก่ เมืองพระรถ, เมืองศรีพโล และเมืองพญาแร่ โดยอาณาเขตของ 3 เมืองนี้รวมกันเป็นจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน
ซึ่งแหล่งโบราณคดีที่ค้นพบในครั้งนั้นได้พบสิ่งมีคุณค่าทางโบราณคดีหลายอย่าง เช่น ขวานหินขัด, เครื่องประดับจำพวกกำไล, ลูกปัดเครื่องปั้นดินเผาแบบใช้เชือกทาบ และได้พบซากของอาหารทะเลอีกด้วย จึงทำให้ทราบว่าบริเวณนี้อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลมากกว่าปัจจุบันนี้มาก แหล่งโบราณคดีที่กล่าวอ้างทั้งหมดข้างต้นนั้นจึงเป็นหลักฐานยืนยันส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมาอันแสนยาวนานของจังหวัดชลบุรี
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเมืองชลบุรีปรากฏเป็นหลักฐานในทำเนียบศักดินาหัวเมือง ตราเมื่อ พ.ศ. 1919 มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ผู้รักษาเมืองคือ “ออกเมืองชลบุรีศรีมหาสมุทร” ศักดินา 2,400 ไร่ ส่งส่วยไม้แดง จนกระทั่งกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้เสด็จยกทัพผ่านมาทางบริเวณจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน ก่อนที่จะเข้าตีเมืองจันทบุรี และยกทัพกลับไปกู้กรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ
ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ยังไม่มีการจัดตั้งจังหวัดชลบุรีขึ้นเป็นทางการ บริเวณจังหวัดชลบุรี ประกอบไปด้วยเมืองใหญ่ 3 เมือง คือ เมืองบางปลาสร้อย, เมืองพนัสนิคม และเมืองบางละมุง
ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองราชอาณาจักร โดยการจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล ให้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทยหน่วยงานเดียว เมืองในจังหวัดชลบุรีจึงเข้าอยู่ในมณฑลปราจีนบุรี ดังมีบันทึกว่า
“รวมหัวเมืองทางลำน้ำบางปะกง คือ เมืองปราจีนบุรี 1, เมืองนครนายก 1, เมืองพนมสารคาม 1 และเมืองฉะเชิงเทรา 1 รวม 4 หัวเมือง เป็นเมืองมณฑล 1 เรียกว่า มณฑลปราจีน ตั้งที่ว่าการมณฑล ณ เมืองปราจีน ต่อเมื่อโอนหัวเมืองในกรมท่ามาขึ้นกระทรวงมหาดไทย จึงย้ายที่ทำการมณฑลลงมาตั้งที่เมืองฉะเชิงเทรา เพราะขยายอาณาเขตมณฑลต่อลงไปทางชายทะเล รวมเมืองพนัสนิคม, เมืองชลบุรี และเมืองบางละมุง เพิ่มให้อีก 3 รวมเป็น 7 เมืองด้วยกัน แต่คงเรียกชื่อว่ามณฑลปราจีนอยู่ตามเดิม ”
ต่อมาในสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี พ.ศ. 2475 มีการเปลี่ยนแปลงรูปการปกครองประเทศครั้งใหญ่ จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยพระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกเขตการปกครองแบบ “เมือง” ทั่วราชอาณาจักร แล้วตั้งขึ้นเป็น “จังหวัด” แทน เมืองบางปลาสร้อย, เมืองพนัสนิคม และเมืองบางละมุง จึงรวมกันกลายเป็นจังหวัดชลบุรี โดยใช้บริเวณเมืองบางปลาสร้อยเดิมจัดตั้งเป็นอำเภอบางปลาสร้อย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นอำเภอเมืองชลบุรี ในปี พ.ศ. 2481
เมืองพนัสนิคมยุบเป็นอำเภอพนัสนิคมก่อนที่จะแยกออกเป็นอำเภอบ้านบึง, อำเภอหนองใหญ่, อำเภอพานทอง, อำเภอบ่อทอง และอำเภอเกาะจันทร์ เมืองบางละมุงยุบเป็นอำเภอบางละมุง ก่อนที่จะแยกออกเป็นอำเภอศรีราชา, อำเภอสัตหีบ และเปลี่ยนข้าหลวงประจำจังหวัดเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างในปัจจุบัน
https://chonburi12.wordpress.com